19 Archives - Interpol Notice Thailand

อาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย: รู้กฎหมาย รู้โทษ ป้องกันตัวเองได้

อาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทยคือการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และข้อมูลดิจิทัล โดยถูกควบคุมด้วยกฎหมาย 4 ฉบับหลัก ได้แก่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560), พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566, พ.ร.ก. ฉบับ 2 พ.ศ. 2568 และ พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 โทษสูงสุดคือจำคุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิด

Get consultation on

กฎหมายที่ควบคุมอาชญากรรมไซเบอร์ในไทยมีอะไรบ้าง

ระบบกฎหมายไทยมีกฎหมายหลัก 4 ฉบับที่จัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์โดยตรง แต่ละฉบับมีจุดเน้นและขอบเขตที่แตกต่างกัน

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560) เป็นกฎหมายรากฐานที่ครอบคลุมความผิดทั่วไปเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ การเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ การทำลายข้อมูล และการแพร่กระจายข้อมูลเท็จ โทษประกอบด้วยจำคุด 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท

พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เริ่มบังคับใช้เมื่อ 17 มีนาคม 2566 กฎหมายฉบับนี้เน้นการจัดการกับบัญชีม้า โดยกำหนดโทษจำคุดสูงสุด 3 ปี ปรับ 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้เปิดบัญชีม้า ส่วนผู้จัดหาหรือโฆษณาบัญชีม้ามีโทษหนักขึ้นคือจำคุด 2–5 ปี ปรับ 200,000–500,000 บาท

กฎหมายฉบับนี้ยังเปิดช่องให้ผู้เสียหายที่ถูกแอปดูดเงินหรือธุรกรรมออนไลน์ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งธนาคารผ่าน Call Center ได้ทันที เพื่อระงับการโอนเงินและลดความเสียหาย

พระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับ 2) พ.ศ. 2568 เริ่มบังคับใช้เมื่อ 13 เมษายน 2568 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ โดยเพิ่มบทลงโทษให้ผู้แทนนิติบุคคลหรือบุคคลที่ละเมิดกฎการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ จำคุดไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

สำหรับการซื้อขายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท โทษสำหรับผู้แทนนิติบุคคลจะสูงกว่าบุคคลธรรมดา 5 เท่า

พระราชบัญญัติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มุ่งเน้นการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ กำหนดให้หน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

เมื่อต้องการทำความเข้าใจ อาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย process อย่างถ่องแท้ ควรศึกษากฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ร่วมกัน

⚠️ ทุกวันมีความสำคัญ — ดำเนินการตอนนี้

รับการประเมินคดีฟรี

ทีมของเราเชี่ยวชาญด้านคดีที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศ ประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนการดำเนินการ

ปรึกษาฟรี → 🔒 เป็นความลับ · ตอบกลับภายใน 24 ชม.

ประเภทอาชญากรรมไซเบอร์ที่พบบ่อยในไทยมีอะไรบ้าง

อาชญากรรมไซเบอร์ในไทยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามการวิเคราะห์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

  • การโจมตีทางไซเบอร์โดยตรง: รวมถึง ransomware ที่ล็อกไฟล์ข้อมูลและเรียกค่าไถ่ การแฮกระบบคอมพิวเตอร์ การโจมตีแบบ DDoS และการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล
  • การฉ้อโกงออนไลน์: ครอบคลุมการหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย การปลอมแปลงเว็บไซต์ธนาคาร (phishing) การขายสินค้าปลอม และการใช้บัญชีม้าในการฟอกเงิน
  • การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กออนไลน์: รวมถึงการขายสื่อลามกที่มีเด็กเป็นเหยื่อ การชักจูงเด็กผ่านแอปพลิเคชัน และการข่มขู่ทางเพศ (sextortion)

สถิติแสดงว่าผู้หญิงเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์มากกว่า 2 ใน 3 ของผู้เสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะในกรณีฉ้อโกงความรักออนไลน์และการขโมยข้อมูลบัตรเครดิต

แอปดูดเงินเป็นรูปแบบใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2566 ผู้ต้องสงสัยจะหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันที่ขออนุญาตเข้าถึงระบบมากเกินไป จากนั้นดูดเงินจากบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ

บทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมไซเบอร์เป็นอย่างไร

โทษและบทลงโทษมีความรุนแรงแตกต่างกันตามลักษณะและความร้ายแรงของความผิด

ความผิดทั่วไปตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษจำคุด 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบมีโทษเบากว่าการทำลายข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบงานสำคัญ

บัญชีม้าและการซื้อขาย มีโครงสร้างโทษที่ชัดเจน ผู้เปิดบัญชีม้าจำคุดสูงสุด 3 ปี ปรับ 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้จัดหาหรือโฆษณาบัญชีม้าได้รับโทษหนักขึ้นคือจำคุด 2–5 ปี ปรับ 200,000–500,000 บาท

การละเมิดกฎลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ ตาม พ.ร.ก. ฉบับ 2 พ.ศ. 2568 มีโทษจำคุดไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากเป็นการซื้อขายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โทษเพิ่มเป็นจำคุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท

จุดสำคัญคือผู้แทนนิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่บริษัทที่กระทำความผิดจะได้รับโทษสูงกว่าบุคคลธรรมดา 5 เท่า นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมษายน 2568

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ อาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย requirements จะช่วยให้ทั้งบุคคลและองค์กรป้องกันความเสี่ยงได้ดีขึ้น

เขตอำนาจศาลไทยในคดีอาชญากรรมไซเบอร์ครอบคลุมถึงไหน

กฎหมายไทยมีบทบาทข้ามพรมแดนในบางกรณี แม้ความผิดจะเกิดขึ้นนอกประเทศไทย

หากผู้กระทำความผิดเป็นคนสัญชาติไทย และรัฐบาลประเทศที่เกิดเหตุหรือผู้เสียหายร้องขอให้ดำเนินคดี ผู้กระทำความผิดจะยังถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย หลักการนี้ช่วยให้ไทยสามารถจัดการกับอาชญากรไซเบอร์ที่หลบหนีไปต่างประเทศได้

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการกระทำในโลกเสมือน เช่น Metaverse การฆ่าหรือทำร้ายร่างกายตัวละครในโลกดิจิทัลไม่ถือเป็นความผิดกฎหมายอาญาไทย เพราะวัตถุการกระทำต้องเป็น “บุคคลจริง” ตามประมวลกฎหมายอาญา

การกระทำต่อ “ข้อมูล” ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ แทน ตัวอย่างเช่น การแฮกและขโมยสกุลเงินดิจิทัลหรือ NFT อาจถูกฟ้องในฐานะความผิดต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์

ข้อจำกัดที่สำคัญคือกฎหมายไทยไม่สามารถบังคับใช้กับบุคคลต่างชาติที่กระทำความผิดในต่างประเทศและไม่เคยเข้ามาในไทย เว้นแต่จะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศนั้น

ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายไซเบอร์

ความเข้าใจผิดหลายประการทำให้ผู้คนไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

ความเข้าใจผิดที่ 1: การกระทำออนไลน์ทุกอย่างเป็นความผิดอาญา ในความเป็นจริง การกระทำบางอย่างเป็นเพียงความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ไม่ใช่กฎหมายอาญาทั่วไป ตัวอย่างเช่น การหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลหรือทำลายข้อมูลที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อร่างกายหรือชีวิต

ความเข้าใจผิดที่ 2: บัญชีม้าไม่มีโทษหนัก หลายคนคิดว่าการให้ยืมบัญชีเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ตาม พ.ร.ก. พ.ศ. 2566 การเปิดบัญชีม้ามีโทษจำคุดสูงสุด 3 ปี และปรับ 300,000 บาท การจัดหาบัญชีม้าให้ผู้อื่นมีโทษหนักกว่าคือจำคุด 2–5 ปี

ความเข้าใจผิดที่ 3: การลงทะเบียนซิมการ์ดไม่สำคัญ ตาม พ.ร.ก. ฉบับ 2 พ.ศ. 2568 การลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้องมีโทษจำคุดไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากนำไปซื้อขายหรือใช้ในทางผิดกฎหมาย โทษเพิ่มเป็นจำคุดไม่เกิน 5 ปี

ความเข้าใจผิดที่ 4: ตำรวจไม่สามารถตามจับผู้กระทำความผิดต่างชาติได้ หากมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และผู้เสียหายหรือรัฐบาลต่างประเทศร้องขอ ตำรวจไทยสามารถดำเนินคดีกับคนไทยที่กระทำความผิดในต่างประเทศได้

การเข้าใจเกี่ยวกับ อาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย cost ทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้วางแผนป้องกันได้ดีขึ้น

หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ในไทยคือใคร

ระบบการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ในไทยมีหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปท.) สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักที่รับแจ้งความและสืบสวนคดีอาชญากรรมไซเบอร์ ศปท. มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลจราจรทางอิเล็กทรอนิกส์และประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำกับดูแลผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต มีอำนาจสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายและบังคับให้ผู้ให้บริการเก็บ log file

สำนักงานคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดตั้งตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรฐาน และประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ และสนับสนุนการพัฒนากฎหมายและมาตรการใหม่

ผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ที่ ศปท. โดยตรง หรือที่สถานีตำรวจท้องที่ใกล้บ้าน สำหรับกรณีเร่งด่วน เช่น ถูกแอปดูดเงิน ควรโทรแจ้งธนาคารผ่าน Call Center ทันทีเพื่อระงับบัญชี

มาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ที่บุคคลและองค์กรควรทำ

การป้องกันมีประสิทธิภาพมากกว่าการแก้ไขหลังเกิดเหตุ

สำหรับบุคคลทั่วไป:

  • ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละบริการ เปิดใช้งาน two-factor authentication ทุกครั้งที่เป็นไปได้
  • ตรวจสอบ URL เว็บไซต์ก่อนกรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลบัตรเครดิต ระวังอีเมลหรือข้อความที่ปลอมแปลงมาจากธนาคาร
  • ไม่ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบการขออนุญาตเข้าถึงของแอปอย่างละเอียด
  • ไม่ให้ยืมบัญชีธนาคารหรือบัตรประชาชนแก่ผู้อื่น แม้จะเป็นคนรู้จัก เพราะอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า
  • ลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยข้อมูลตัวเองที่ถูกต้อง ไม่ซื้อซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในนามผู้อื่น

สำหรับองค์กรและธุรกิจ:

Excellent
Based on 4 reviews
Being a dual national

I was caught in a whirlwind of extradition proceedings. Interpol Lawyers not only defended me but also guided my local lawyers throughout the process, ensuring a united front. Their collaborative approach was a game changer!

Facing an Interpol Red Notice

due to my cryptocurrency operations was unsettling. Interpol Lawyers acted promptly, not only seeking the deletion of the data but also requesting the CCF for provisional measures. The notice was eventually frozen and later deleted. Their expertise saved me!

I approached Interpol Lawyers

in a state of confusion, having received a Red Notice with no documents or clarity on the charges against me. They promptly identified local legal representation, meticulously guided them, and secured all the necessary documents.

Causht off-guard by an Interpol Red Notice

Interpol Red Notice linked to my business activities, I felt overwhelmed. Anatoly & other lawyers immediately liased with the CCF, advocating on my behalf.

Dr. Anatoliy Yarovyi
หุ้นส่วนอาวุโส
Anatoliy Yarovyi เป็นดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย (Doctor of Law) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลวีฟและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขาเป็นผู้สมัครรับการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR) โดยมีความเชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของลูกความต่อศาล ECHR และ Interpol ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชื่อเสียงส่วนบุคคลและทางธุรกิจ การคุ้มครองข้อมูล และเสรีภาพในการเดินทาง.

    Planet

    คำถามที่พบบ่อย

    กฎหมายที่ควบคุมอาชญากรรมไซเบอร์ในไทยมีอะไรบ้าง

    ระบบกฎหมายไทยมีกฎหมายหลัก 4 ฉบับที่จัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์โดยตรง แต่ละฉบับมีจุดเน้นและขอบเขตที่แตกต่างกัน

    ประเภทอาชญากรรมไซเบอร์ที่พบบ่อยในไทยมีอะไรบ้าง

    อาชญากรรมไซเบอร์ในไทยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามการวิเคราะห์ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

    บทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมไซเบอร์เป็นอย่างไร

    โทษและบทลงโทษมีความรุนแรงแตกต่างกันตามลักษณะและความร้ายแรงของความผิด

    เขตอำนาจศาลไทยในคดีอาชญากรรมไซเบอร์ครอบคลุมถึงไหน

    กฎหมายไทยมีบทบาทข้ามพรมแดนในบางกรณี แม้ความผิดจะเกิดขึ้นนอกประเทศไทย

    ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายไซเบอร์

    ความเข้าใจผิดหลายประการทำให้ผู้คนไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

    ประกาศสีแดงของอินเตอร์โพล: ความหมายและวิธีลบ

    นักธุรกิจชาวไทยลงจากเครื่องที่สนามบินสิงคโปร์ในมกราคม 2026 เพื่อเจรจาสัญญาพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสกัดหนังสือเดินทางของเขาและแจ้งว่ามีประกาศสีแดงจากอินเตอร์โพลออกมาตั้งแต่ปี 2024 โดยที่เขาไม่เคยทราบมาก่อน ทนายความมีเวลาเพียง 72 ชั่วโมงในการยื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัวชั่วคราวก่อนศาลพิจารณาคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

    รับคำปรึกษาเกี่ยวกับ

    ประกาศสีแดงของอินเตอร์โพลแตกต่างจากหมายจับทั่วไปอย่างไร

    ประกาศสีแดงทำงานบนฐานความร่วมมือระหว่างตำรวจ ไม่ใช่หมายจับที่มีผลบังคับใช้โดยตรง

    ประเด็นหมายจับทั่วไปประกาศสีแดงของอินเตอร์โพล
    ผู้มีอำนาจออกศาลหรือหน่วยงานสอบสวนของประเทศใดประเทศหนึ่งอินเตอร์โพลตามคำขอของประเทศสมาชิก
    ขอบเขตการใช้งานใช้ภายในประเทศที่ออกใช้ในทุกประเทศสมาชิก 195 ประเทศ
    ผลบังคับใช้มีผลบังคับใช้โดยตรงตามกฎหมายประเทศนั้นเป็นคำขอให้ความร่วมมือเท่านั้น แต่ละประเทศตัดสินใจด้วยตนเอง
    การตรวจสอบโดยองค์กรอิสระอุทธรณ์ภายในศาลประเทศนั้นสามารถร้องขอให้คณะกรรมการ CCF ตรวจสอบและลบได้

    อินเตอร์โพลระบุชัดเจนบนเว็บไซต์ว่า “ประกาศสีแดงไม่ใช่หมายจับระหว่างประเทศ” แต่เป็นเพียง “คำขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายค้นหาตัวและจับกุมชั่วคราว” ตามที่ระบุไว้ในหน้า View Red Notices ของอินเตอร์โพล

    ⚠️ ทุกวันมีความสำคัญ — ดำเนินการตอนนี้

    รับการประเมินคดีฟรี

    ทีมของเราเชี่ยวชาญด้านคดีที่มีองค์ประกอบระหว่างประเทศ ประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนการดำเนินการ

    ปรึกษาฟรี → 🔒 เป็นความลับ · ตอบกลับภายใน 24 ชม.

    ระบบสีของประกาศอินเตอร์โพลมีกี่ประเภท

    อินเตอร์โพลใช้ประกาศ 6 สี แต่ละสีมีวัตถุประสงค์เฉพาะตัว

    • หมายสีแดง (Red Notice) – ขอให้จับกุมบุคคลเพื่อส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ต้องมีหมายจับหรือคำพิพากษาในประเทศที่ร้องขออยู่แล้ว
    • หมายสีน้ำเงิน (Blue Notice) – ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนหรือที่อยู่ไม่ใช่เพื่อจับกุม
    • หมายสีเหลือง (Yellow Notice) – ติดตามบุคคลสูญหาย เด็ก หรือผู้ที่ไม่สามารถระบุตัวเองได้
    • หมายสีดำ (Black Notice) – ค้นหาตัวตนของศพที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร
    • หมายสีเขียว (Green Notice) – เตือนเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดซ้ำซากที่มีแนวโน้มก่ออาชญากรรมข้ามชาติอีก
    • หมายสีส้ม (Orange Notice) – เตือนภัยจากอาวุธ วัตถุระเบิด หรือสารอันตรายที่ถูกซ่อนหรือปลอมแปลง

    ตามข้อมูล VOA Thai ปี 2019 อินเตอร์โพลมีประกาศประมาณ 62,000 หมาย โดยประมาณ 7,000 หมายเผยแพร่สู่สาธารณะ ส่วนใหญ่เป็นหมายสีแดงที่เกี่ยวกับคดีร้ายแรงหรือต้องการความร่วมมือจากประชาชน

    ใครมีอำนาจขอออกหมายแดงและเลขาธิการตรวจสอบอย่างไร

    การออกประกาศสีแดงต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน ไม่ใช่อัตโนมัติ

    ขั้นตอนที่ 1: หน่วยงานของประเทศสมาชิกยื่นคำร้อง
    ศาลหรือหน่วยงานสอบสวนส่งคำร้องผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (NCB) ของประเทศตนไปยังสำนักงานใหญ่อินเตอร์โพลในกรุงลียง ประเทศฝรั่งเศส คำร้องต้องแสดงว่ามีหมายจับหรือคำพิพากษาอยู่แล้วในประเทศที่ร้องขอ

    ขั้นตอนที่ 2: เจ้าหน้าที่กฎหมายของอินเตอร์โพลตรวจสอบ
    ทีมกฎหมายตรวจสอบว่าคำร้องสอดคล้องกับมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญอินเตอร์โพล ซึ่งห้ามเรื่องที่มีลักษณะเป็นการเมือง ทหาร ศาสนา หรือเชื้อชาติเป็นหลัก หากไม่ผ่านจะปฏิเสธทันที

    ขั้นตอนที่ 3: เลขาธิการ (หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย) อนุมัติ
    เมื่ออนุมัติ ประกาศจะปรากฏในฐานข้อมูลของอินเตอร์โพลทันที

    ขั้นตอนที่ 4: เผยแพร่หรือไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ
    ประเทศที่ร้องขอเลือกได้ว่าจะให้เผยแพร่สู่สาธารณะผ่านเว็บไซต์อินเตอร์โพลหรือไม่ คดีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะหรือต้องการความช่วยเหลือจากประชาชนมักถูกเผยแพร่

    Excellent
    Based on 4 reviews
    Being a dual national

    I was caught in a whirlwind of extradition proceedings. Interpol Lawyers not only defended me but also guided my local lawyers throughout the process, ensuring a united front. Their collaborative approach was a game changer!

    Facing an Interpol Red Notice

    due to my cryptocurrency operations was unsettling. Interpol Lawyers acted promptly, not only seeking the deletion of the data but also requesting the CCF for provisional measures. The notice was eventually frozen and later deleted. Their expertise saved me!

    I approached Interpol Lawyers

    in a state of confusion, having received a Red Notice with no documents or clarity on the charges against me. They promptly identified local legal representation, meticulously guided them, and secured all the necessary documents.

    Causht off-guard by an Interpol Red Notice

    Interpol Red Notice linked to my business activities, I felt overwhelmed. Anatoly & other lawyers immediately liased with the CCF, advocating on my behalf.

    Dr. Anatoliy Yarovyi
    หุ้นส่วนอาวุโส
    Anatoliy Yarovyi เป็นดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย (Doctor of Law) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยลวีฟและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขาเป็นผู้สมัครรับการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR) โดยมีความเชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของลูกความต่อศาล ECHR และ Interpol ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชื่อเสียงส่วนบุคคลและทางธุรกิจ การคุ้มครองข้อมูล และเสรีภาพในการเดินทาง.

      Planet

      คำถามที่พบบ่อย

      หมายประกาศสีของอินเตอร์โพลแตกต่างกันอย่างไร

      อินเตอร์โพลใช้ประกาศ 6 สี แต่ละสีมีวัตถุประสงค์เฉพาะของมัน

      Red Notice คืออะไร และต่างจากหมายจับทั่วไปอย่างไร

      Red Notice (หมายแดง) คือคำขอให้หน่วยงานตำรวจทั่วโลกค้นหาและจับกุมชั่วคราวเพื่อส่งตัวผู้ร้าย เรื่องสำคัญคือ: ไม่มีผลบังคับใช้โดยตรง ในทางตรงกันข้าม หมายจับทั่วไปออกจากศาลในประเทศและมีผลบังคับใช้โดยตรงในพื้นที่นั้น แต่ Red Notice เป็นเพียงเรียกร้องให้แต่ละประเทศพิจารณาตามกฎหมายของตัวเอง ประเทศสมาชิกอาจปฏิเสธการจับกุม หากเห็นว่าการทำเช่นนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือหากมีเหตุผลทางการเมืองสงสัย

      ใครออก Red Notice ตามการร้องขอจากศาล

      Red Notice ออกโดยอินเตอร์โพล (องค์กรตำรวจระหว่างประเทศ) ตามคำขอของศาลหรือหน่วยงานสอบสวนในประเทศสมาชิก ศาลเองไม่ได้ออกมันโดยตรง สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นคือ:

      "หมายจับอินเตอร์โพล" ที่ใครพูด เป็นเทอมถูกต้องหรือไม่

      ไม่ถูก อินเตอร์โพลไม่ออกหมายจับ ไม่เลย มันออก “ประกาศ” (Notice) แทน เมื่อผู้คนพูดถึง “หมายจับอินเตอร์โพล” พวกเขามักหมายถึง Red Notice แต่สิ่งนี้ไม่มีผลบังคับใช้อัตโนมัติในทุกประเทศ มันเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพและการขอความร่วมมือ

      ถ้ามีหมายจับในประเทศแล้วหลบไปอีกประเทศ จะเกิดอะไร

      ประเทศที่ออกหมายจับสามารถขอให้อินเตอร์โพลออก Red Notice เพื่อแจ้งเตือนหน่วยงานตำรวจทั่วโลก สิ่งที่ตามมาขึ้นอยู่กับสถานที่:

      บุคคลที่ถูกเพิ่มใน Red Notice สามารถต่อสู้ได้หรือไม่

      ใช่ สิ่งนี้คือสิทธิสำคัญ บุคคลสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการควบคุมเอกสารของอินเตอร์โพล (CCF) ภายใน 130 วัน พวกเขาต้องแสดงว่า Red Notice ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือกฎเกณฑ์ของอินเตอร์โพล ตัวอย่าง:

      Red Notice มีระยะเวลาตลาดอย่างไร

      อินเตอร์โพลไม่ประกาศช่วงเวลาคงที่ สำหรับประกาศสีแดง โดยทั่วไปมันจะคงอยู่ตราบเท่าที่หมายจับหรือคำพิพากษาในประเทศขอนั้นยังใช้บังคับได้ การถอนประกาศขึ้นอยู่กับการสื่อสารที่ดีจากประเทศที่ร้องขอ หากพบตัวหรือคดีปิด ประเทศต้องแจ้งอินเตอร์โพลเพื่อลบประกาศ บางครั้งนี่คือจุดที่ผ่อนปรน — ประกาศเก่าอาจยังคงติดอยู่ในระบบนานหลังจากที่หมายจับหมดอายุแล้ว